<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-653713426298806666</id><updated>2012-02-16T18:13:15.281-08:00</updated><title type='text'>paxpix</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://paxpix.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/653713426298806666/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://paxpix.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>donjumsai</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='28' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_vcxn2ErghOY/Sqk9mqRn2_I/AAAAAAAAAKQ/D351j8Pk0Og/S220/mePrt.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>13</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-653713426298806666.post-881855000570943933</id><published>2007-12-11T10:32:00.000-08:00</published><updated>2007-12-11T10:48:59.946-08:00</updated><title type='text'>แจ้งข่าวครับ</title><content type='html'>ขออภัยที่ผมไม่ได้เข้ามาอัพเดทนานราวสองอาทิตย์  บล็อกติดๆขัดๆอย่างไรไม่ทราบ ตอนนี้จึงอยู่ในระหว่างการปรับปรุง  มีดำริว่าอาจจะไปเปิดเป็นเว็บเพจ(แบบของฟรีไปก่อน)จึงอยู่ในขั้นตอนการเขียนหน้าเว็บ เพราะเป็นบล็อกแบบนี้ผมว่าไฟล์รูปของผมมันมากเอาการอยู่ โหลดทีหนึ่งมันมีรูปจากทุกหัวข้อโหลดขึ้นมาด้วย ทำให้เสียเวลาและอาจจะยากสำหรับท่านที่ใช้อินเตอร์เน็ตแบบความเร็วไม่สูงนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีกประการหนึ่งคือรูปทั้งหมดนั้น ผมก็เอามาจากตามเว็บ โดยพยายามลงที่มาไว้เพื่อกันปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ แต่ก็หวังว่าท่านเจ้าของรูปนั้นๆน่าจะปรานีต่อการนำรูปมาใช้เพื่อการศึกษา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้หากมีข้อผิดพลาดติดขัดอีกประการใด จะพยายามแก้ไขปรับปรุงอีกต่อไปครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอพระธรรมจงแผ่ไพศาล ขอสรรพสัตว์จงเข้าถึงพระธรรมโดยถ้วนเทอญ&lt;br /&gt;ด้วยความเคารพ&lt;br /&gt;ศุภโชค ชุมสาย ณ อยุธยา&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/653713426298806666-881855000570943933?l=paxpix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://paxpix.blogspot.com/feeds/881855000570943933/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=653713426298806666&amp;postID=881855000570943933' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/653713426298806666/posts/default/881855000570943933'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/653713426298806666/posts/default/881855000570943933'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://paxpix.blogspot.com/2007/12/blog-post.html' title='แจ้งข่าวครับ'/><author><name>donjumsai</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='28' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_vcxn2ErghOY/Sqk9mqRn2_I/AAAAAAAAAKQ/D351j8Pk0Og/S220/mePrt.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-653713426298806666.post-7198693901886667073</id><published>2007-11-27T01:59:00.000-08:00</published><updated>2007-11-27T18:48:39.787-08:00</updated><title type='text'>พระโพธิสัตว์กษิติครรภ</title><content type='html'>พระนามหมายถึง"ครรภ์แห่งดิน" ทำให้มีเหตุผลที่ทรงเกี่ยวข้องกับนรก(ที่ถือกันว่าอยู่ใต้ดิน)เนื่องด้วยทรงตั้งปณิธานว่า ตราบใดที่นรกยังเต็มไปด้วยสัตว์นรกทั้งหลายอยู่ พระองค์จะยังไม่ทรงเข้าปรินิพพานจนกว่าจะโปรดสัตว์นรกทั้งหลายให้หมดกระทั่งไม่มีสัตว์นรกเหลืออยู่เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตาม "กษิติครรภโพธิสัตว์ปูรวปณิธานสูตร"(แปลจากสันสกฤตสู่ภาคจีนโดยท่าน ศึกษานันทะ ในสมัยราชวงศ์ถัง)บรรยายว่า ในอดีตชาติพระองค์เป็นบุตรสาวในตระกูลพราหมณ์ แต่มารดาของนางนั้นเป็นผู้ไม่ตั้งอยู่ในศ๊ลธรรมและยังชอบกล่าวลบหลู่พระรัตนตรัย ดังเนื้อเมื่อมารดาถึงแก่กรรมลงจึงต้องตกนรกอเวจี ใช้ผลกรรมในทุคติภูมินั้น ฝ่ายบุตรสาวนั้นเป็นผู้อยู่ในศ๊ลธรรม และทราบแน่ว่ามารดาของตนต้องตกนรกเป็นแน่ จึงได้เพียรพยายามปฏิบัติภาวนา สร้างบุญกุศล ด้วยหมายอุทิศให้แก่มารดาของตน&lt;br /&gt;จากผลการภาวนาของนาง วันหนึ่งนางได้เห็นภาพของนรกและสัตว์นรกต่างๆที่ได้รับความทุกขฺทรมานอยู่ อสูรตนหนึ่งได้บอกแก่นางว่านี่คือภาพของสัตว์ทั้งหลายที่ต้องชดใช้กรรมในนรก นางจึงถามถึงมารดาของตน เมื่ออสูรได้ฟังก็ตอบว่ามารดาของนางนั้นเคยอยู่ในนรกนี้ แต่ได้รับบุญกุศลที่นางอุทิศมา ทำให้ไปสู่สวรรค์แล้ว นางได้ยินดังนั้นก็บังเกิดความยินดี แต่เมื่อยังเห็นสรรพสัตว์ทั้งหลายในนรกอยู่จึงเกิดความสังเวชใจ จึงตั้งปณิธานที่จะโปรดสัตว์นรกทั้งหลายให้พ้นจากนรกให้หมดสิ้นตั้งแต่นั้นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในอินเดียและทิเบต พระองค์ไม่ได้รับการบูชาอย่างแพร่หลายนัก ต่างกับในจีน(พระนามว่า ตี่จั๊ง)และญี่ปุ่น(พระนามว่า จิโซ)ที่ถือว่าเป็นพระโพธิสัตว์ที่สำคัญมากพระองค์หนึ่ง และเป็นใหญ่ที่สุดในนรก&lt;br /&gt;รูปของพระองค์มักแสดงเป็นรูปภิกษุหนุ่ม ถือแก้วมณีซึ่งส่องแสงแห่งการโปรดสรรพสัตว์ในทุกทิศทาง และไม้เท้าขักขระซึ่งมีห่วงหกอันเป็นสัญลักษณ์ของการปลดปล่อยสรรพสัตว์ทั้งภพภูมิทั้งหก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.amitabha.idv.tw/pudaweb/pudpic/puddha/006.jpg"/&gt;&lt;br /&gt;ตี่จั๊ง หรือพระกษิติครรภ์ ในศิลปะจีน มักทรงมงกุฎพระพุทธเจ้าห้าพระองค์ สวมจีวรเหมือนพระภิกษุในพุทธศาสนาท่วไป&lt;br /&gt;(ภาพจาก http://www.amitabha.idv.tw)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.askasia.org/images/teachers/display/676.jpg"/&gt;&lt;br /&gt;จิโซ ศิลปะญี่ปุ่นสมัยกามากุระ สมบัติของ Mr.and Mrs.John D. Rockefeller 3rd Collection of Asian Art&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.dekaino.net/img/070512jizou.jpg"/&gt;&lt;br /&gt;จิโซ หินสลักที่พบได้ทั่วไปในญี่ปุ่น โดยเฉพาะตามถนนหนทางในชนบท อาจจะพบทั้งแบบองค์เดียวหรือแบบกลุ่มหลายองค์&lt;br /&gt;เชื่อกันว่านอกจากจะเป็นใหญ่ในนรกแล้วพระองค์ยังทรงเป็นพระโพธิสัตว์ที่คุ้มครองนักเดินทาง หญิงมีครรภ์ ตลอดจนคุ้มครองวิญญาณของเด็กๆโดยเฉพาะ ดังภาพนี้พ่อแม่ของเด็กที่เสียชีวิตจะนำชุดและหมวกของลูกตนมาใส่ให้กับพระจิโซ เชื่อว่าจะเป็นการคุ้มครองวิญญาณของเด็ก บางครั้งก็มีของเล่นถวายไว้ด้วยเพื่อเป็นการอุทิศให้แก่วิญญาณของเด็กนั่นเอง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/653713426298806666-7198693901886667073?l=paxpix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://paxpix.blogspot.com/feeds/7198693901886667073/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=653713426298806666&amp;postID=7198693901886667073' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/653713426298806666/posts/default/7198693901886667073'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/653713426298806666/posts/default/7198693901886667073'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://paxpix.blogspot.com/2007/11/blog-post_27.html' title='พระโพธิสัตว์กษิติครรภ'/><author><name>donjumsai</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='28' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_vcxn2ErghOY/Sqk9mqRn2_I/AAAAAAAAAKQ/D351j8Pk0Og/S220/mePrt.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-653713426298806666.post-7589532606705856815</id><published>2007-11-21T02:31:00.000-08:00</published><updated>2007-11-28T06:48:09.937-08:00</updated><title type='text'>พระโพธิสัตว์วัชรปาณิ</title><content type='html'>กิมกังชิ้ว ในจีน ,กองโคชุ ในญี่ปุ่น,ฉักนา ดอรเจ ในทิเบต พระนามแปลว่า ผู้ถือวัชระไว้ในพระหัตถ์ ดังนั้นสัญลักษณ์ของพระองค์คือวัชระ สัญลักษณ์ของพลังอันรุนแรง แข็งแกร่ง และเฉียบพลัน ด้วยพระวรกายสีน้ำเงินและทรงวัชระ เราอาจจดจำพระองค์ได้ว่าอยู่ในสายตระกูลแห่งพระอักโษภยะ(วัชรวงศ์)พระองค์เป็นบุคคลาธิษฐานแห่งกำลังของพระพุทธเจ้าในการทำลายกิเลส สู่การตรัสรู้ &lt;br /&gt;พระองค์น่าจะกลายมาจากพระอินทร์ของพระเวทเดิม ด้วยมีสัญลักษณ์วัชระและความเกี่ยวข้องต่อเรื่องฟ้าฝนเช่นเดียวกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.fao.org/afghanistan/Data/Mapsystem/Archeological_Sites/html/img/19.jpg"/&gt;&lt;br /&gt;พระวัชรปาณิ ในฐานะผู้ปกป้องพระพุทธองค์ อยู่ทางขวาของพระพุทธเจ้า ศิลปะคันธาระที่เมืองHaddaในอัฟกานิสถาน ราวพุทธศตวรรษที่6 พระวัชรปาณิแบบนี้ได้เค้ารูปทรงมาจากรูปเฮอคิวลิสเพราะสร้างโดยนายช่างชาวกรีก(หรือนายช่างในตระกูลศิลปะกรีก)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://img1.smileupload.com/upload_pic/21-11-2550/01gldq_21112550200951.jpg"/&gt;&lt;br /&gt;แสดงภาพขยายพระวัชรปาณิ ทรงวัชรแบบกิ่งเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://content.answers.com/main/content/wp/en/b/bb/Buddha-Herakles.JPG"/&gt;&lt;br /&gt;พระวัชรปาณิแบบเฮอคิวลิส(เป็นชื่อเรียกทางศิลปะ) ศิลปะคันธาระอีกชิ้นหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://images.encarta.msn.com/xrefmedia/sharemed/targets/images/pho/t629/T629192A.jpg"/&gt;&lt;br /&gt;ขวาของพระพุทธเจ้าคือพระวัชรปาณิ สังเกตวัชระที่ถืออยู่ ศิลปะอินเดียสมัยมถุรา ราวพุทธศตวรรษที่7&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://img1.smileupload.com/upload_pic/28-11-2550/01rwds_28112550214426.jpg"/&gt;&lt;br /&gt;พระวัชรปาณิศิลปะอินเดียสมัยปาละ ราวพุทธศตวรรษที่13-14 สมบัติของ  Metropolitan Museum of Art, New York&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://img1.smileupload.com/upload_pic/21-11-2550/01qzjr_21112550191950.jpg"/&gt;&lt;br /&gt;พระวัชรปาณิ ที่ จันทิ เมนดุต ศิลปะชวา ราวพุทธศตวรรษที่13&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://melbournesakya.org.au/images/vajrapani2.jpg"/&gt;&lt;br /&gt;ในศิลปะทิเบตมักแสดงภาพพระองค์ในปางพิโรธเป็นส่วนมาก ทรงวัชระชูขึ้นในพระหัตถ์ขวา พระหัตถ์ซ้ายทรงเชือก สัญลักษณ์แห่งการจับอสูรหรือมาร คือกิเลสต่างๆมาทำลาย ทรงอาภรณ์อย่างเทวะปางพิโรธทั่วไป และเพลิงรัศมีลุกโชนข้างหลัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://img1.smileupload.com/upload_pic/21-11-2550/01jvl5_21112550195811.jpg"/&gt;&lt;br /&gt;พระวัชรปาณิในปางของพระโพธิสัตว์หนุ่ม ทรงอาภรณ์อย่างกษัตริย์ ในศิลปะทิเบตจะแสดงภาพพระองค์ปางนี้แบบเดี่ยวๆไม่บ่อยนัก มักจะแสดงคู่กับพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ในฐานะบริวารแห่งพระอมิตาภะ โดยมีพระอมิตาภะเป็นประธานของภาพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://img1.smileupload.com/upload_pic/21-11-2550/01eu03_21112550203508.jpg"/&gt;&lt;br /&gt;อาเคียว(Agyo)หรือ กองโค ริกิชิ(Kongo rikishi)พระวัชรปาณิในญี่ปุ่นที่เป็นภาคพระโพธิสัตว์(กองโคชุ โบสัตสึ)นั้นไม่ค่อยแพร่หลายมากเท่ากับในภาค กองโค ริกิชินี้ ซึ่งมีหน้าที่คล้ายทวารบารอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าวัด พระพักตร์พิโรธ พระวรกายกำยำ กล้ามเนื้อเด่นชัด รูปนี้สูงราว8เมตรครึ่ง ศิลปะสมัยกามากุระ สลักจากไม้ อยู่ที่วัดโตได เมืองนาระ ประเทศญี่ปุ่น สังเกตวัชระขนาดใหญ่ในพระหัตถ์ขวา&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/653713426298806666-7589532606705856815?l=paxpix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://paxpix.blogspot.com/feeds/7589532606705856815/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=653713426298806666&amp;postID=7589532606705856815' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/653713426298806666/posts/default/7589532606705856815'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/653713426298806666/posts/default/7589532606705856815'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://paxpix.blogspot.com/2007/11/blog-post_21.html' title='พระโพธิสัตว์วัชรปาณิ'/><author><name>donjumsai</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='28' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_vcxn2ErghOY/Sqk9mqRn2_I/AAAAAAAAAKQ/D351j8Pk0Og/S220/mePrt.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-653713426298806666.post-3820490491542444799</id><published>2007-11-15T03:07:00.000-08:00</published><updated>2007-12-09T05:09:31.078-08:00</updated><title type='text'>พระโพธิสัตว์มัญชุศรี</title><content type='html'>ทรงเป็นพระโพธิสัตว์แห่งปัญญา หรือบุคคลาธิษฐานแห่งพระปัญญาธิคุณของพระพุทธเจ้า&lt;br /&gt;พระนามหมายถึง  “ความรุ่งเรืองงดงาม” หรือหมายถึง เสียงอันไพเราะ(คือพระนาม มัญชุโฆษ) เป็นนัยแห่งการประกาศพระธรรมอย่างไพเราะลึกซึ้ง&lt;br /&gt;ทรงพระนาม เหวินซู หรือบุ่งซู้ ในจีน,มอนจู ในญี่ปุ่น,จัมเปยัง ในทิเบต&lt;br /&gt;ในงานศิลปะทิเบต จะแสดงภาพพระองค์เป็นชายหนุ่มทรงอาภรณ์แบบพระโพธิสัตว์ มีสัญลักษณ์ประจำพระองค์ได้แก่พระขรรค์(ดาบ)ในพระหัตถ์ขวา สัญลักษณ์แห่งการกำจัดอวิชชาและคัมภีร์ปรัชญาปารมิตาในพระหัตถ์ซ้าย(หรืออยู่บนช่อดอกบัวทางซ้าย)สัญลักษณ์แห่งปัญญาอันสูงสุด&lt;br /&gt;เกี่ยวเนื่องกับการที่ทรงเป็นพระโพธิสัตว์แห่งปัญญา พระองค์จึงได้รับการบูชาจากนักปราชญ์ นักศึกษา กวี (คือพระนาม วาคีศวร,ผู้เป็นใหญ่แห่งคำพูด) ดังนั้นคัมภีร์หลายเล่มจึงบูชาพระนามของพระองค์ในบทขึ้นต้นก่อนเสมอ&lt;br /&gt;นอกจากจะเป็นพระโพธิสัตว์ที่ปรากฏในพระคัมภีร์ ยังเชื่อกันว่าพระองค์อาจจะเป็นบุคคลจริงในประวัติศาสตร์ เพราะในฝ่ายจีนเชื่อว่า พระองค์ประทับอยู่ที่เขาโหงวไท้ซัว (อู่ไทซาน:ภูเขาห้ายอด) คล้องกับตำนานของเนปาล  เรื่องการสร้างสถูปสวยัมภูวนาถที่ว่า พระมัญชุศรีเดินทางจากจีนเพื่อมานมัสการเปลวไฟบนดอกบัวซึ่งเป็นภาคแบ่งแห่งพระอาทิพุทธเจ้า(บางตำนานกล่าวว่าเป็นดอกบัวซึ่งมีรัศมีสว่างไสว ปลูกไว้โดยพระพุทธเจ้าเวสสภู) และได้สร้างสถูปครอบเปลวไฟนี้ไว้&lt;br /&gt;มนตราประจำพระองค์คือ &lt;br /&gt;โอม อะ ระ ปะ ซะ นะ ธิ&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.uma.org.uk/images/fixtures/buddha_manjushri270x350.jpg"/&gt;&lt;br /&gt;พระมัญชุศรีในศิลปะทิเบต ในภาพนี้ไม่ได้ทรงคัมภีร์ไว้ในพระหัตถ์ซ้าย แต่คัมภีร์อยู่บนดอกบัวแทน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://content.answers.com/main/content/img/BritannicaConcise/images/37225.jpg"/&gt;&lt;br /&gt;พระมัญชุศรี ศิลปะชวา ราวพุทธศตวรรษที่19 ของพิพิธภัณฑ์Museum für Indische Kunst, Staatliche Museen กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน ในภาพนี้ทรงคัมภีร์ในพระหัตถ์แนบไว้ที่พระอุระเลยทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://mszendo.org/Manjusri-19thCentury-China.jpg"/&gt;&lt;br /&gt;ในศิลปะจีนและญี่ปุ่น มักแสดงรูปพระองค์ทรงประทับบนราชสีห์ สัญลักษณ์แห่งการบรรลือสีหนาท คือการพระกาศพระธรรมอันยิ่งใหญ่ ในวัดมหายานจะแสดงรูปพระองค์คู่อยู่กับพระสมันตภัทรโพธิสัตว์(โผวเฮี้ยง,ผู่เสียน)ขวาและซ้ายของพระประธานเสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.tnm.go.jp/gallery/search/images/500/C0032149.jpg"/&gt;&lt;br /&gt;มอนจูโบสัตซึ ศิลปะญี่ปุ่นสมัยกามากุระ ราวพุทธศตวรรษที่18 ของพิพิธภัณฑ์ Tokyo National Museum&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.askasia.org/images/teachers/display/450.jpg"/&gt;&lt;br /&gt;สิงหนาทมัญชุศรี ศิลปอินเดีย สมัยปาละ ราวพุทธศตวรรษที่16 สมบัติของ Mr. and Mrs. John D. Rockefeller 3rd Collection of Asian Art&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://img1.smileupload.com/upload_pic/09-12-2550/010b2k_09122550200815.jpg"/&gt;&lt;br /&gt;ยมานตกะ(ที่สิ้นสุดแห่งพระยม)หรือ วัชรไภรว อวตารปางพิโรธแห่งพระมัญชุศรี เมื่อพระยมออกทำร้ายชาวบ้าน พระมัญชุศรีจึงอวตารเป็นเทวะปางดุมาปราบ  พระเศียรเป็นควาย รัศมีเปลวเปลวเพลิงลุกโชน พระกรมากมายมีศาตราครบ และพระบาทมากมายดุร้ายกว่าพระยมหลายเท่านัก การปฏิบัติบูชาพระองค์ในปางนี้ถือว่าจะทำให้ผู้ปฏิบัติเอาชนะซึ่งความตายได้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/653713426298806666-3820490491542444799?l=paxpix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://paxpix.blogspot.com/feeds/3820490491542444799/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=653713426298806666&amp;postID=3820490491542444799' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/653713426298806666/posts/default/3820490491542444799'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/653713426298806666/posts/default/3820490491542444799'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://paxpix.blogspot.com/2007/11/blog-post_7378.html' title='พระโพธิสัตว์มัญชุศรี'/><author><name>donjumsai</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='28' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_vcxn2ErghOY/Sqk9mqRn2_I/AAAAAAAAAKQ/D351j8Pk0Og/S220/mePrt.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-653713426298806666.post-9148150405905980435</id><published>2007-11-15T02:28:00.002-08:00</published><updated>2007-11-15T02:29:15.644-08:00</updated><title type='text'>พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร</title><content type='html'>ในบรรดาพระโพธิสัตว์ตามความเชื่อฝ่ายมหายาน พระอวโลกิเตศวร เป็นพระโพธิสัตว์ที่ได้รับการบูชาแพร่หลายมากที่สุด และเป็นที่คุ้นเคยแม้กระทั่งต่อชาวพุทธฝ่ายเถรวาทแบบบ้านเราเองมาช้านาน&lt;br /&gt;สำเนียงจีนเรียกพระองค์ว่า กวนอิม,ญี่ปุ่นเรียก กันนอน,ทิเบต เรียก เชนเรซิก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระองค์เป็นพระโพธิสัตว์แห่งความเมตตา(ในเชิงธรรมาธิษฐานคือพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า) ทรงตั้งปณิธานที่จะไม่เสด็จเข้านิพพานจนกว่าจะช่วยสรรพสัตว์ทั้งหลายให้พ้นจากความทุกข์ พระนามของพระองค์ปรากฏในพระสูตรมหายานสำคัญๆ เช่นปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร,สัทธรรมปุณฑริกสูตร เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้ว่าในภาวะของโพธิสัตว์ มักถือกันว่า ไม่เป็นทั้งเพศบุรุษหรือสตรี แต่รูปศิลปะแรกๆของพระองค์ในอินเดีย มักแสดงความเป็นเพศชาย ในขณะที่เมื่อการบูชาพระองค์แพร่หลายเข้าไปในประเทศจีน แรกนั้นนายช่างก็แสดงรูปของพระองค์เป็นบุรุษอยู่ ต่อมาในสมัยหลังเมื่อตำนานพื้นเมืองของจีนเอง เรื่องพระธิดาเมี่ยวซันแห่งอาณาจักรซินหลิง ซึ่งถือว่าเป็นชาติก่อนที่พระองค์จะได้เป็นพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ รูปของพระองค์ได้แสดงลักษณะของสตรีเพศอย่างชัดเจน กลายเป็น เจ้าแม่กวนอิม ที่รู้จักกันดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://fog.ccsf.cc.ca.us/~jcarpent/images/Indus%20and%20Buddhist%20Art/Bodhisattva_Ajanta.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;พระอวโลกิเตศวร ปางปัทมปาณิ(ผู้ถือดอกบัว) จิตรกรรมที่ผนังถ้ำอชันตา หมายเลข1 ศิลปะคุปตะตอนปลาย หรือหลังคุปตะ(พุทธศตวรรษที่12)&lt;br /&gt;ถือกันว่าเป็นงานจิตรกรรมที่งดงามที่สุดภาพหนึ่งของประวัติศาสตร์ศิลปะอินเดีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.askasia.org/images/teachers/display/454.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;พระอวโลกิเตศวร ศิลปะอินเดีย สมัยปาละ(พุทธศตวรรษที่16)สังเกตบนมงกุฏทรงรูปพระอมิตาภะไว้เสมอ เป็นสัญลักษณ์ส่วนตัวของพระอวโลกิเตศวรแต่เพียงผู้เดียว(Mr. and Mrs. John D. Rockefeller 3rd Collection of Asian Art)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.metmuseum.org/toah/images/h2/h2_1982.220.2.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;ปัทมปาณิ ศิลปะเนปาล ราวพุทธศตวรรษที16 แสดงการยืนแบบตริภังค์(เอียงสามส่วน)ที่เป็นท่ายืนคลาสสิคของศิลปะอินเดีย&lt;br /&gt;(Metropolitan Museum of Art)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.metmuseum.org/toah/images/h2/h2_1992.336.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;พระอวโลกิเตศวร ศิลปะเขมร สมัยพระนคร ราวพุทธศตวรรษที่15-16 เล็กๆบนพระเศียรคือรูปพระอมิตาภะ&lt;br /&gt;(Metropolitan Museum of Art)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.museeguimet.fr/IMG/cache-351x548/gui_5_85EE1884-2-351x548.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;พระอวโลกิเตศวร ศิลปะชวาภาคกลาง ราวพุทธศตวรรษที่13-14(Musée national des Arts asiatiques-Guimet)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.art-and-archaeology.com/seasia/bangkok/a093.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;พระปัทมปาณิ ศิลปะศรีวิชัย ราวพุทธศตวรรษที่13 พบที่ไชยา องค์คลาสสิคและงดงามที่สุดของไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.jamiespeirs.com/mediac/400_0/media/1-Avalokiteshvara.jpeg" /&gt;&lt;br /&gt;พระอวโลกิเตศวร ในปางที่พบบ่อยในศิลปะทิเบต ทรงแก้วมณีสัญลักษณ์ของโพธิจิตในสองพระหัตถ์หน้า อีกสองพระหัตถ์ทรงมาลา(ประคำ)สัญลักษณ์แห่งการปฏิบัติ และดอกบัวสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์ พระอังสะซ้ายมีหนังกวางพาดลงมา สัญลักษณ์ของความอ่อนโยนและเมตตาต่อสรรพสัตว์&lt;br /&gt;"ษฑักษรีโลเกศวร" หมายถึงพระอวโลกิเตศวรแห่งหกอักษร(ในที่นี้คือพยางค์)อันเป็น มนตร์ประจำพระองค์ที่ชาวทิเบตท่องได้ทุกผู้คน "โอม มณี เปมา ฮูง" หรือสันสกฤตว่า "โอม มณี ปัทเม หูม"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.geocities.com/vajrayoguini/images/1000bchenrezig.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;พระอวโลกิเตศวรหนึ่งพันแขน สิบเอ็ดเศียร (สหัสรภุช เอกทศมุข)ศิลปะทิเบต พระหัตถ์และเศียรมากมาย หมายถึงพระปณิธานที่จะช่วยสรรพสัตว์ทุกชีวิตให้พ้นจากความทุกข์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.orientbuddha.org/Uploadimages/Artcle/20047/1000002135.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;พระกวนอิมพันกร ในศิลปะจีน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www5.babidou.com/pic/2007/1/23/kellysammi/发帖截图/大足石刻/千手观音.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;พระกวนอิมพันกร ในไต้หวัน พระกรมากมายเหลือคณานับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www2.kenyon.edu/Depts/Religion/Fac/Adler/Reln260/Images260/Guanyin1.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;พระกวนอิม สมัยซ่ง ราวพุทธศตวรรษที่16-17 ทำด้วยไม้ลงสีสวยงามเป็นที่สุด ปัจจุบันอยู่ใน Nelson-Atkins Museum,Kansas City&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.neixue.org/space/attachments/2007/08/9_200708011057281.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;เจ้าแม่กวนอิมทรงมังกร ศิลปะจีนร่วมสมัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.tnm.go.jp/gallery/search/images/500/C0005875.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;เซนจู กันนอน(พระอวโลกิเตศวรพันหัตถ์) ศิลปะญี่ปุ่นสมัยเฮอัน พุทธศตวรรษที่17 (Tokyo National Museum)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.dharma-haven.org/tibetan/om-mani-padme-hung.gif" /&gt;&lt;br /&gt;"โอม มณี เปมา ฮูง" มนตราที่พบได้ทั่วไปในทิเบต ทั้งสลักไว้ตามหิน เขียนไว้ตามทาง จารึกบนกระบอกมนตร์ และอีกมากมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.dharma-haven.org/tibetan/prwhbl1.gif" /&gt;&lt;br /&gt;กระบอกมนตร์แบบดิจิตอล จากเว็บ http://www.dharma-haven.org&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/653713426298806666-9148150405905980435?l=paxpix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://paxpix.blogspot.com/feeds/9148150405905980435/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=653713426298806666&amp;postID=9148150405905980435' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/653713426298806666/posts/default/9148150405905980435'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/653713426298806666/posts/default/9148150405905980435'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://paxpix.blogspot.com/2007/11/blog-post_5449.html' title='พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร'/><author><name>donjumsai</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='28' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_vcxn2ErghOY/Sqk9mqRn2_I/AAAAAAAAAKQ/D351j8Pk0Og/S220/mePrt.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-653713426298806666.post-8108752417669996548</id><published>2007-11-15T02:28:00.001-08:00</published><updated>2007-11-22T01:29:42.236-08:00</updated><title type='text'>พระไมเตรยพุทธเจ้า (เมตไตรยพุทธ)</title><content type='html'>พระพุทธเจ้าพระองค์ต่อไปที่จะมาตรัสรู้ในภัทรกัลป์นี้ ในพระไตรปิฎกปรากกฏที่พระพุทธเจ้าตรัสเรื่องนี้ไว้สั้นๆใน จักกวัตติสูตร และ พุทธวงศ์ พุทธปกิรณกกัณฑ์ ส่วนในคัมภีร์ชั้นหลังมีกล่าวไว้มากแห่ง เช่นในอนาคตวงศ์ แต่งโดยพระกัสสปะเถระชาวอินเดียใต้ราวพุทธศตวรรษที่18 หรือในอมตรสธาราเป็นต้น&lt;br /&gt;ในงานพุทธศิลปะทิเบต มีทั้งที่แสดงภาพพระองค์ในฐานะของพระพุทธเจ้าและฐานะพระโพธิสัตว์&lt;br /&gt;มีสัญลักษณ์คือ&lt;br /&gt;-พระสถูปบนศีรษะหรือบนมงกุฏสัญลักษณ์แทนการเคารพแด่พระศากยมุนีพุทธเจ้า หรือบ้างก็ว่าเป็นสัญลักษณ์ของพระสถูปที่เก็บบริขารไว้ภายในและจะทรงได้รับเมื่อทรงออกผนวชในชาติที่จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า&lt;br /&gt;-ธรรมจักร์ แสดงถึงการประกาศพระธรรม&lt;br /&gt;-หม้อน้ำ หรือแจกัน ซึ่งบรรจุน้ำอมฤต สัญลักษณ์ของการรักษาไว้ซึ่งพระธรรมอันบริสุทธิ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.mickcanning.com/maitreya%201%20thumb.JPG" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.mickcanning.com/maitreya%201%20thumb.JPG" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;พระไมเตรยโพธิสัตว์ สวมมงกุฏพระพุทธเจ้าห้าพระองค์ สูงประมาณ15เมตร พระดำริสร้างโดยองค์ดาไลลามะที่14 เมื่อปี2523&lt;br /&gt;เมื่อครั้งเสด็จที่วัด ถิกเซ เมืองลาดัก ประเทศอินเดีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.meditationinliverpool.org.uk/Images/Buddha-Pages/Maitreya.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.meditationinliverpool.org.uk/Images/Buddha-Pages/Maitreya.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;พระไมเตรยโพธิสัตว์ ศิลปะทิเบต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://img1.smileupload.com/upload_pic/31-10-2550/01oc3c_31102550155132.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://img1.smileupload.com/upload_pic/31-10-2550/01oc3c_31102550155132.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;พระไมเตรย ศิลปะมองโกล ยังคงรูปพระสถูปและหม้อน้ำเป็นสัญลักษณ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://images.nortonsimon.org/erez4/cache/Norton%20Simon%20Images_M197501T_fpx_69ae0b23e66a1844.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://images.nortonsimon.org/erez4/cache/Norton%20Simon%20Images%5FM197501T%5Ffpx%5F69ae0b23e66a1844.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;พระไมเตรยในรูปของพุทธเจ้า ศิลปะทิเบต ราวพุทธศตวรรษที่23(The Norton Simon Museum)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/nl/thumb/2/25/Kushan_Maitreya.jpg/180px-Kushan_Maitreya.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/nl/thumb/2/25/Kushan_Maitreya.jpg/180px-Kushan_Maitreya.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;br /&gt;พระไมเตรยโพธิสัตว์ ศิลปะคันธาระราวพุทธศตวรรษที่7 สังเกตหม้อน้ำที่ปรากฏเสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://mathura.navajo.cz/mathura.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://mathura.navajo.cz/mathura.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ในศิลปะมถุรา ซึ่งมีความเป็นอินเดียแท้มากกว่าคันธาระก็ใช้สัญลักษณ์เดียวกัน คือมีหม้อน้ำเล็กๆที่พระชานุ(เข่า)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://homepage1.nifty.com/xkyou/bosatu_chuguji.files/miroku.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://homepage1.nifty.com/xkyou/bosatu_chuguji.files/miroku.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;มิโรกุ โบสัตซึ หรือพระไมเตรยโพธิสัตว์ในชื่อญี่ปุ่น ในท่านั่งพิจารณาถึงสรรพสัตว์ เป็นท่าคลาสสิคของพระไมเตรยที่นิยมในญี่ปุ่น&lt;br /&gt;(จากวัดชูคูจิ ราวพุทธศตวรรษที่12)&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/653713426298806666-8108752417669996548?l=paxpix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://paxpix.blogspot.com/feeds/8108752417669996548/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=653713426298806666&amp;postID=8108752417669996548' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/653713426298806666/posts/default/8108752417669996548'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/653713426298806666/posts/default/8108752417669996548'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://paxpix.blogspot.com/2007/11/blog-post_2417.html' title='พระไมเตรยพุทธเจ้า (เมตไตรยพุทธ)'/><author><name>donjumsai</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='28' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_vcxn2ErghOY/Sqk9mqRn2_I/AAAAAAAAAKQ/D351j8Pk0Og/S220/mePrt.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-653713426298806666.post-1696725929507098625</id><published>2007-11-15T02:27:00.002-08:00</published><updated>2007-11-15T02:34:46.185-08:00</updated><title type='text'>พระทีปังกรพุทธเจ้า</title><content type='html'>พระพุทธเจ้าพระองค์ที่สี่ในสารมัณฑกัลป์ คือนับย้อนจากพระศากยมุนีพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบัน ย้อนขึ้นไป25พระองค์ และเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์แรกที่พยากรณ์พระศากยมุนีพุทธเจ้า เมื่อครั้งยังเสวยชาติเป็นโพธิสัตว์ชื่อ สุเมธดาบส ว่าจะได้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคต&lt;br /&gt;"....เราสยายผมแล้วเอาผ้าคากรองและหนังสัตว์ลาดลงบนเปือกตม นอนคว่ำลง ณ ที่นั้น ด้วยคิดว่า พระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระสาวก จงทรงเหยียบเราเสด็จไปเถิด อย่าทรงเหยียบเปือกตมนั้นเลย ข้อนั้นจักเป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่เรา เมื่อเรานอนอยู่ที่พื้นดิน ได้มีความคิดอย่างนี้ว่า เรา(มิได้)ปรารถนาว่า วันนี้ พระพุทธเจ้าพึงทรงเผากิเลสของเราประโยชน์อะไรแก่เราด้วยเพศที่ใครๆ ไม่รู้จัก และด้วยการทำให้แจ้งซึ่งธรรม ณ ที่นี้ เราพึงบรรลุสัพพัญญุตญาณหลุดพ้นแล้วพึงเปลื้องหมู่สัตว์พร้อมทั้งเทวดาให้หลุดพ้นเถิด ประโยชน์อะไรด้วยเราผู้เป็นคนมีกำลังจะข้ามไปคนเดียวเล่า เราบรรลุสัพพัญญุตญาณได้ และจะช่วยหมู่ชนให้ข้ามได้เป็นอันมาก...."&lt;br /&gt;"....พระพุทธทีปังกรผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชาประทับยืนอยู่เหนือศีรษะเรา ตรัสพระดำรัสว่า ท่านทั้งหลายจงดูชฎิลดาบสผู้มีตบะอันรุ่งเรืองนี้ &lt;strong&gt;เขาจักได้เป็นพระพุทธเจ้า&lt;/strong&gt;ในโลกในกัปอันประมาณมิได้แต่กัปนี้...."(พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ ทีปังกรพุทธวงศ์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://kaladarshan.arts.ohio-state.edu/jpgs/LostStole/Afgh/stone/A1162DipankaraBuddha5lotus.jpeg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://kaladarshan.arts.ohio-state.edu/jpgs/LostStole/Afgh/stone/A1162DipankaraBuddha5lotus.jpeg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;สุเมธดาบส สยายผมลงบนโคลนให้พระทีปังกรพุทธเจ้าเสด็จเหยียบข้ามไป ประติมากรรมศิลปะคันธาระ ปัจจุบันอยูที่พิพิธภัณฑ์กรุงคาบูล อัฟกานิสถาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.asianart.com/patan-museum/full/malla_f.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.asianart.com/patan-museum/full/malla_f.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;พระทีปังกรพุทธเจ้าศิลปะเนปาล พุทธศตวรรษที่22-23 พิพิพธภัณฑ์ปาตาน,เนปาล&lt;br /&gt;ในเนปาล บางครั้งถือว่าพระทีปังกรพุทธเจ้าเทียบเท่ากับอาทิพุทธพระองค์หนึ่ง และยังเป็นพระผู้คุ้มครองในอาชีพค้าขายด้วย ดังนั้นจึงมีการบูชาพระองค์กันอย่างแพร่หลาย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/653713426298806666-1696725929507098625?l=paxpix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://paxpix.blogspot.com/feeds/1696725929507098625/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=653713426298806666&amp;postID=1696725929507098625' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/653713426298806666/posts/default/1696725929507098625'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/653713426298806666/posts/default/1696725929507098625'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://paxpix.blogspot.com/2007/11/blog-post_1748.html' title='พระทีปังกรพุทธเจ้า'/><author><name>donjumsai</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='28' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_vcxn2ErghOY/Sqk9mqRn2_I/AAAAAAAAAKQ/D351j8Pk0Og/S220/mePrt.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-653713426298806666.post-4752790546367714368</id><published>2007-11-15T02:27:00.001-08:00</published><updated>2007-11-28T22:09:14.110-08:00</updated><title type='text'>นิรมาณกาย</title><content type='html'>นิรมาณกายคือกายที่สามและท้ายสุดแห่งการเนรมิตพระองค์ของพระพุทธเจ้าในระบบตรีกาย กายนี้คือกายแห่งมนุษย์หรือที่เรารู้จักกันดีคือพระศากยมุนีพุทธเจ้า(สักกยมุนึพุทธเจ้า)หรือพระอดีตพุทธเจ้าพระองค์ก่อนก็ตาม* เป็นพระวรกายที่ใช้โปรดสัตว์โลกที่ยังข้องอยู่ด้วยกิเลส&lt;br /&gt;*(แม้จะมีจำนวนมากจนไม่อาจนับได้ แต่ในพระไตรปิฎกระบุไว้27พระองค์ ซึ่งมีเพียง24พระองค์เท่านั้น ที่พระศากยมุนีพุทธเจ้าเมื่อครั้งยังเป็นโพธิสัตว์อยู่ในชาติต่างๆได้เคยพบและได้รับพยากรณ์ว่าจะได้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต)&lt;br /&gt;พุทธประวัติที่เราทราบกันทั่วไปมักจะเป็นพุทธประวัติจากคัมภีร์ ปฐมสมโพธิ(ฝ่ายเถรวาท) หรือ ลลิตวิตระ,พุทธจริต(ฝ่ายมหายาน)&lt;br /&gt;ซึ่งพุทธประวัติในคัมภีร์เหล่านี้มักแทรกเรื่องปาฏิหารย์เข้าไปมากกว่าที่ปรากฏอยู่จริงในพระไตรปฎก ทั้งนี้เพื่อยังให้เกิดศรัทธาแก่ศาสนิกชน ทั้งนี้ในส่วนของพระไตรปิฎกนั้นพระพุทธองค์ทรงตรัสเล่าถึงพระองค์เองในพระสูตรต่างๆ โดยมีใจความคือพระธรรมที่พระองค์ทรงสอนนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.geocities.com/nibbanaram/Buddha/budd.html"&gt;*พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ฉบับเรียบเรียงโดยท่านพุทธทาสภิกขุ&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;*มหากาพย์พุทธจริต(ฉบับสมบูรณ์,แปลจากต้นฉบับภาษาสันสกฤต)โดย อ.สำเนียง เลื่อมใส จัดพิมพ์โดยศูนย์สันสกฤตศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร,กรุงเทพฯ 2547&lt;br /&gt;*คัมภีร์ ลลิตวิสตระ มีฉบับแปลโดย อ.แสง มนวิทูร โดยกรมศิลปากรจัดพิมพ์ เก่ามากแล้วไม่มีจำหน่ายและไม่มีโครงการจะพิมพ์ใหม่(หนังสือดีที่ไม่มีคนซื้อ กรมศิลปฯก็ไม่ค่อยอยากจะลงทุนครับ) ดังนั้นหาอ่านได้ตามห้องสมุดมหาวิทยาลัย หรือโชคดีพอผมเคยพบว่าหลุดมาอยู่แผงแถวท่าช้าง!)&lt;br /&gt;พุทธประวัติที่สำคัญและมักปรากฏเป็นหลักคือ ตอนประสูติ,มหาภิเนษกรมณ์(ออกบวช),มารผจญ,ตรัสรู้,ปฐมเทศนาและปรินิพพาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.exoticindiaart.com/artimages/BuddhaImage/buddhasbirth_sm.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.exoticindiaart.com/artimages/BuddhaImage/buddhasbirth_sm.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;พุทธประวัติตอนประสูต ศิลปะอมรวดี ราวพุทธศตวรรษที่7 ขวาบนคือพระพุทธมารดาทรงพระสุบิน ขวาล่างคือพระพุทธองค์ประสูติ สังเกตว่าไม่มีรูปพระพุทธเจ้า มีเพียงดอกบัวเป็นฐานอันแสดงไว้ ด้วยเหตุที่นายช่างศิลป์ในสมัยแรกๆนั้นไม่นิยมสร้างรูปพระพุทธเจ้าจริงๆ ใช้เพียงสัญลักษณ์แทน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.asia.si.edu/exhibitions/online/buddhism/images/fourscenesa.350.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.asia.si.edu/exhibitions/online/buddhism/images/fourscenesa.350.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ในศิลปะคันธาระ นายช่างสร้างรูปพระพุทธองค์ขึ้นแล้ว ทั้งนี้ คันธาระเป็นศิลปะกรีกที่แผ่มาในอินเดีย ช่างกรีกนิยมสร้างรูปเคารพมาแต่ก่อน จึงมีคติที่สามารถสร้างรูปพระพุทธเจ้าได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.narahaku.go.jp/exhib/2006toku/tanken/images/tanken-03.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.narahaku.go.jp/exhib/2006toku/tanken/images/tanken-03.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;พระพุทธรูปปางประสูติแบบนี้เป็นที่นิยมในญี่ปุ่น จีน พระอาการที่ทรงชี้ฟ้าและดินนั้นแสดงตามพระไตรปิฎกที่ทรงตรัสว่า&lt;br /&gt;"ดูก่อนอานนท์! โพธิสัตว์ผู้คลอดแล้วเช่นนี้ เหยียบพื้นดินด้วยฝ่าเท้าอันสม่ำเสมอ มี พระพักตร์ทางทิศเหนือ ก้าวไป ๗ ก้าว, มีฉัตรสีขาวกั้นอยู่ ณ เบื้องบน, ย่อมเหลียวดูทิศทั้งหลาย และ กล่าว อาสภิวาจา ว่า"เราเป็นผู้เลิศแห่งโลก, เราเป็นผู้เจริญที่สุดแห่งโลก, เราเป็นผู้ประเสริฐสุด แห่งโลก. ชาตินี้ เป็นชาติสุดท้าย. บัดนี้ ภพใหม่ย่อมไม่มี" ดังนี้"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.tilokpur.org/kdtlmayadevi.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.tilokpur.org/kdtlmayadevi.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ภาพตอนประสูติศิลปะทิเบต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.exoticindiaart.com/artimages/BuddhaImage/mahabhinishkramanas_sm.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.exoticindiaart.com/artimages/BuddhaImage/mahabhinishkramanas_sm.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ตอนมหาภิเนษกรมศิลปะอินเดียสมัยราชวงศ์ศาตวาหนะ ราวพุทธศตวรรษที่3 มีเพียงรูปม้าและฉัตร ไม่มีรูปพระพุทธเจ้าเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.univie.ac.at/itba/pages/pictures/AlchiMaitreya/image/alchists_jp84_0115.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.univie.ac.at/itba/pages/pictures/AlchiMaitreya/image/alchists_jp84_0115.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;มหาภิเนษกรมณ์ศิลปะหิมาลัยตะวันออก ที่วัดอัลฉิ(AlChi)ในลาดัก ราวพุทธศตวรรษที่18&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://img1.smileupload.com/upload_pic/29-11-2550/01d3cm_29112550130819.jpg"/&gt;&lt;br /&gt;มหาภิเนษกรมณ์ จิตรกรรมไทย ภาพเล็กไปหน่อยครับแต่อยากให้เห็นว่าของไทยเป็นอย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.exoticindiaart.com/artimages/thangka/th05.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.exoticindiaart.com/artimages/thangka/th05.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ตอนตัดพระเมาลี ศิลปะทิเบต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.thaiwebsites.com/images/MuralPaintings/Buddha-CuttingHair.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.thaiwebsites.com/images/MuralPaintings/Buddha-CuttingHair.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ตอนเดียวกันในศิลปะไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://kaladarshan.arts.ohio-state.edu/studypages/internal/dl/SouthAsia/Buddhist/jpgs/u5/DL0211m.JPG" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://kaladarshan.arts.ohio-state.edu/studypages/internal/dl/SouthAsia/Buddhist/jpgs/u5/DL0211m.JPG" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;มารวิชัย ศิลปะคันธาระ มารเป็นหน้าคน หน้าสัตว์ หน้ายักษ์พิสดาร ที่ขี่อูฐมาก็มี&lt;br /&gt;ประติมากรรมสมบัติของ Freer Gallery of Art, Smithsonian Institution, Washington, D.C.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.transoxiana.org/Eran/Articles/Images/TS_25-Deaft_Mara.JPG" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.transoxiana.org/Eran/Articles/Images/TS_25-Deaft_Mara.JPG" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;มารวิชัย ศิลปะจีนจากห้องสมุดถ้ำตุนฮวง ภาพมารล้วนเป็นสัตว์พิสดาร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www2.bremen.de/info/nepal/Gallery-1/Buddhas/1-26/buddha-tree-1.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www2.bremen.de/info/nepal/Gallery-1/Buddhas/1-26/buddha-tree-1.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ศิลปะทิเบตจาก Dharmapala Thanhgka Centre ประเทศเนปาล สังเกตอาวุธของเหล่ามาร เมื่อมาใกล้พระพุทธเจ้าแล้ว ปลายอาวุธล้วนกลายเป็นดอกไม้ แสดงภาวะที่กิเลสไม่อาจเข้าใกล้พระพุทธองค์ได้อีกต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.umong.thaiis.com/umongpainting/images/stories/admin_23.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.umong.thaiis.com/umongpainting/images/stories/admin_23.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;มารวิชัย จิตรกรรมฝาผนังภายในพระที่นั่งพุทไธสวรรค์ กรุงเทพฯ ฝีมือช่างสมัยรัชกาลที่ 1 แสดงภาวะการมีชัยเหนือเหล่ามาร(กิเลส)ของพระพุทธเจ้าเช่นกัน แต่จัดให้องค์ประกอบฝ่ายพญามารที่บุกเข้ามาอยู่ทางด้านซ้ายของพระองค์ ส่วนทางขวาของพระองค์ พญามารถือดอกไม้ด้วยแพ้ต่อพระองค์เสียแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://img1.smileupload.com/upload_pic/29-10-2550/01f0ez_29102550164820.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://img1.smileupload.com/upload_pic/29-10-2550/01f0ez_29102550164820.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ภาพตอนตรัสรู้ ใช้รูปต้นโพธิ์แทนความหมายของการตรัสรู้ที่เมืองคยา หินสลักที่สาญจีสถูป&lt;br /&gt;*ต้นไม้ชนิดใดก็ตามที่พระพุทธเจ้าพระองค์ใดได้ตรัสรู้ ณ ต้นไม้นั้น ล้วนเรียกว่าต้นโพธิ์ทั้งสิ้น&lt;br /&gt;เช่นต้นอัสสัตถะ อันเป็นไม้ตระกูลมะเดื่อชนิดหนึ่งนี้ เมื่อพระศากยมุนีได้ตรัสรู้ใต้ต้น ก็เรียกใหม่ว่าต้นโพธิ์&lt;br /&gt;หรือต้น นิโครธ สุมังคล อันเป็นไม้ตรัสรู้ของพระกัสสปพุทธเจ้า หรือต้นปิปผลิ อันเป็นไม้ตรัสรู้ของพระทีปังกรพุทธเจ้า ก็ล้วนเรียกไม้เหล่านี้ว่า ต้นโพธิ์ทั้งสิ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.exoticindiaart.com/artimages/BuddhaImage/prayerwheel_sm.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.exoticindiaart.com/artimages/BuddhaImage/prayerwheel_sm.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ธรรมจักร สัญลักษณ์ของการปฐมเทศนา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.buddha-images.com/NMSuphanburi/dvaravati_wheel.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.buddha-images.com/NMSuphanburi/dvaravati_wheel.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ธรรมจักร ศิลปะทวารวดี พบที่นครปฐม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.tibetinfor.com.cn/tibetzt/xzsm_e/zjsm/pic/zjsm_009.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.tibetinfor.com.cn/tibetzt/xzsm_e/zjsm/pic/zjsm_009.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ธรรมจักรสัญลักษณ์แห่งการปฐมเทศนาและกวางหมอบสัญลักษณ์ของป่าอิสิปตนมฤคทายวัน คือสถานที่แสดงปฐมเทศนา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.ancientindia.co.uk/buddha/explore/images/ps245436_all.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.ancientindia.co.uk/buddha/explore/images/ps245436_all.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;รูปพระสถูป เป็นสัญลักษณ์ของการปรินิพพานของพระพุทธเจ้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.asianart.com/exhibitions/freschi2/large/Cat_21_39_Paranirvana.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.asianart.com/exhibitions/freschi2/large/Cat_21_39_Paranirvana.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;พระพุทธองค์ทรงปรินิพพาน ศิลปะญี่ปุ่น พุทธศตวรรษที่23&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_wr7ZEj5O_Co/RyW9kqKtduI/AAAAAAAAAA4/xCGFb9VnU6Q/s1600-h/pari.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5126712188323329762" style="CURSOR: hand" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_wr7ZEj5O_Co/RyW9kqKtduI/AAAAAAAAAA4/xCGFb9VnU6Q/s320/pari.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ตอนปรินิพพาน ศิลปะทิเบต พุทธศตวรรษที่23&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.buddhadasa.org/html/life-work/theatre/sculpture/sculpture.html"&gt;*ภาพพุทธประวัติจากหินสลัก โรงมหรสพทางวิญญาณ ณ สวนโมกขพลาราม พร้อมคำบรรยาย&lt;br /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/653713426298806666-4752790546367714368?l=paxpix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://paxpix.blogspot.com/feeds/4752790546367714368/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=653713426298806666&amp;postID=4752790546367714368' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/653713426298806666/posts/default/4752790546367714368'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/653713426298806666/posts/default/4752790546367714368'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://paxpix.blogspot.com/2007/11/blog-post_8024.html' title='นิรมาณกาย'/><author><name>donjumsai</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='28' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_vcxn2ErghOY/Sqk9mqRn2_I/AAAAAAAAAKQ/D351j8Pk0Og/S220/mePrt.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_wr7ZEj5O_Co/RyW9kqKtduI/AAAAAAAAAA4/xCGFb9VnU6Q/s72-c/pari.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-653713426298806666.post-4394807510825259933</id><published>2007-11-15T02:26:00.001-08:00</published><updated>2007-11-15T02:36:24.839-08:00</updated><title type='text'>พระไภษัชยคุรุ</title><content type='html'>พระพุทธเจ้าแห่งการแพทย์ นับเป็นพระธยานิพุทธพระองค์หนึ่ง เพราะพระองค์มีพุทธเกษตร(ดินแดนของพระธยานิพุทธองค์นั้นๆ)นามว่าไวฑูรยนิรภาส คือแสงสว่างแห่งไพฑูรย์ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก เมื่อครั้งที่ยังไม่ได้ตรัสรู้ ยังเป็นโพธิสัตว์อยู่ ทรงตั้งปณิธาน12ข้อเพื่อช่วยเหลือสัตว์&lt;br /&gt;พระวรกายสีน้ำเงิน ทรงอาภรณ์อย่างพระพุทธเจ้า พระหัตถ์ซ้ายทรงบาตรซึ่งบรรจุด้วยน้ำอมฤต พระหัตถ์ขวาทรงช่อโอสถ หรืออาจเป็นผลสมอ&lt;br /&gt;ในเชิงธรรมาธิษฐาน พระองค์เปรียบดังหมอ(พระศากยมุนีพุทธ)ผู้ให้ยา(พระธรรม)แก่ผู้ป่วย(สรรพสัตว์ทั้งหลาย)&lt;br /&gt;ในทิเบตเรียกพระองค์ว่า แมงลา, จีนเรียก เอี๊ยะซือฮุดโจ้ว, ญี่ปุ่นเรียก ยากูชิ เนียวไร&lt;br /&gt;ธารณีของพระองค์คือ&lt;br /&gt;นโม ภควเต ไภษชฺยคุรุ ไวฑูรฺยปรฺภาราชาย ตถาคตย อรฺหเต สมฺยกฺสมฺพุทฺธาย ตถฺยถา โอมฺ ไภษชฺเย ไภษชฺเย ไภษชฺย สมุทฺคเตสฺวาห&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.stc.arts.chula.ac.th/Bhaisajyaguru-Sutra.pdf"&gt;*ไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคตสูตร ฉบับแปล สำนวน อ.โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.uma.org.uk/images/fixtures/buddha_medicinebuddha270x35.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.uma.org.uk/images/fixtures/buddha_medicinebuddha270x35.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;พระไภษัชยคุรุ ศิลปะทิเบต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.kyoto.zaq.ne.jp/mibu/eng/images/artworkspix/statuepix/yakushi.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.kyoto.zaq.ne.jp/mibu/eng/images/artworkspix/statuepix/yakushi.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;พระไภษัชคุรุศิลปะญี่ปุ่น ในพระหัตถ์ซ้ายทรงหม้อยา สัญลักษณ์ของพระองค์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.siamamulet.net/phpboard/boardimages/0043491.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.siamamulet.net/phpboard/boardimages/0043491.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;พระไภษัชยคุรุ ในแบบที่คนไทยรู้จักกันดีว่า พระกริ่ง สังเกตในพระหัตถ์ทรงหม้อยา ไม่ใช่วัชระอย่างที่หลายคนเข้าใจ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/653713426298806666-4394807510825259933?l=paxpix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://paxpix.blogspot.com/feeds/4394807510825259933/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=653713426298806666&amp;postID=4394807510825259933' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/653713426298806666/posts/default/4394807510825259933'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/653713426298806666/posts/default/4394807510825259933'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://paxpix.blogspot.com/2007/11/blog-post_2801.html' title='พระไภษัชยคุรุ'/><author><name>donjumsai</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='28' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_vcxn2ErghOY/Sqk9mqRn2_I/AAAAAAAAAKQ/D351j8Pk0Og/S220/mePrt.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-653713426298806666.post-1572816432149356494</id><published>2007-11-15T02:25:00.001-08:00</published><updated>2007-11-28T20:25:03.757-08:00</updated><title type='text'>พระธยานิพุทธ หรือ พระชินะพุทธทั้งห้า</title><content type='html'>สัมโภคกาย&lt;br /&gt;คือกายอันรุ่งเรืองด้วยรัศมีของพระพุทธเจ้า เป็นพระกายที่ทรงปรากฏเพื่อตรัสสอนพระโพธิสัตว์ต่างๆ ดังนั้นจึงทรงปรากฏเป็นจำนวนมากมายจนไม่อาจนับได้ แต่มีห้าพระองค์ที่เป็นหลักสำคัญทีสุด ซึ่งกำหนดไว้ด้วยสัญลักษณ์ สี และธาตุต่างๆ ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระไวโรจนะ&lt;br /&gt;พระวรกายสีขาว สัญลักษณ์ของธาตุน้ำ(อันใสสะอาด)ในมณฑลของพระชินะพุทธทั้งห้า พระองค์จะประทับอยู่ใจกลาง&lt;br /&gt;ทรงมุทราธรรมจักร จึงอยู่ในวงศ์* แห่งตถาคต(คือผู้หมุนธรรมจักร)&lt;br /&gt;(*สายการแบ่งพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ต่างๆเพื่อให้จดจำง่ายขึ้นว่าพระโพธิสัตว์องค์นั้นๆเป็นนิรมาณ หรือเป็นกายเนรมิตจากพระพุทธเจ้าพระองค์ใด)&lt;br /&gt;ในพุทธศาสนามนตรยานของญี่ปุ่น(เทนได และชินกอน) พระองค์ได้รับการบูชาเป็นหลักมากยิ่งกว่าพระอาทิพุทธและพระพุทธเจ้าพระองค์อื่น&lt;br /&gt;ด้วยพระนามของพระองค์มีนัยแฝงถึงแสงอันรุ่งโรจน์ เกี่ยวเนื่องกับพระอาทิตย์อันเป็นต้นกำเนิดแห่งทุกสรรพสิ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.vicaro.com/carlos/revolutio/img/vairocana.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.vicaro.com/carlos/revolutio/img/vairocana.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;พระไวโรจนะพุทธ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.askasia.org/images/teachers/display/681.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.askasia.org/images/teachers/display/681.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ไดนิชิ เนียวไร หรือ พระไวโรจนะพุทธ ศิลปะญี่ปุ่นพุทธศตวรรษที่19&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.geocities.com/buddhism2001/images/dharmacakra.gif" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.geocities.com/buddhism2001/images/dharmacakra.gif" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ธรรมจักร มุทราแบบ อินเดีย, ทิเบต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www2.ocn.ne.jp/~ichi12/Resources/in7.JPG" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www2.ocn.ne.jp/~ichi12/Resources/in7.JPG" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ธรรมจักรมุทราแบบ ญี่ปุ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระอมิตาภะ&lt;br /&gt;พระวรกายสีแดง สัญลักษณ์ของธาตุไฟ ในมณฑลของพระชินะพุทธทั้งห้า พระองค์จะประทับอยู่ทิศตะวันตก&lt;br /&gt;ทรงมุทราสมาธิ อยู่ในวงศ์แห่งปัทมะ(คือดอกบัว)&lt;br /&gt;ในพระธยานิพุทธทั้งห้าพระองค์นั้น พระอมิตาภะเป็นที่รู้จักมากที่สุด พระสูตรจำนวนมากที่ถือกันว่าได้รับการถ่ายทอดมาจากพระองค์ ทั้งยังทรงเป็นพระธยานิพุทธแห่งพระพุทธเจ้าศากยมุนี(พระพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบัน) จึงทำให้พระองค์ได้รับการบูชาอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะในทิเบต จีน นิกายที่บูชาพระองค์โดยเฉพาะได้แก่นิกายสุขาวดี (จิ่งทู่จง ในจีน, โจโดชู ในญี่ปุ่น)พระสูตรที่สำคัญซึ่งบรรยายถึงพุทธเกษตรของพระองค์ไว้อย่างงดงามได้แก่ สุขาวดีวยุหสูตร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.pcddallas.org/PCD_Amitabha_Buddha_s_exoticartindia_com.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.pcddallas.org/PCD_Amitabha_Buddha_s_exoticartindia_com.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;พระอมิตาภะในพุทธเกษตรสุขาวดี ศิลปะแบบทิเบต&lt;br /&gt;ซ้ายของภาพคือพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ขวาคือพระวัชรปาณิโพธิสัตว์ หากเป็นคติจีนและญี่ปุ่น พระวัชรปาณิจะถูกแทนที่ด้วยพระมหาสถามปราปตโพธิสัตว์&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.amtfweb.org/art%20of%20buddha%20jpg/3Sages.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.amtfweb.org/art%20of%20buddha%20jpg/3Sages.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระรัตนสัมภวะ&lt;br /&gt;พระวรกายสีเหลือง สัญลักษณ์ของธาตุดิน ในมณฑลของพระชินะพุทธทั้งห้า พระองค์จะประทับอยู่ทิศใต้&lt;br /&gt;ทรงมุทราวร(ประทานพร) อยู่ในวงศ์แห่งรัตนะ&lt;br /&gt;รัตน มีนัยความหมายถึง พระรัตนตรัย นอกจากนี้ยังมีนัยถึงดวงจิตที่ตรัสรู้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;a href="http://img205.imageshack.us/img205/8564/ratnasambhava3ot3.gif" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://img205.imageshack.us/img205/8564/ratnasambhava3ot3.gif" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระอักโษภยะ&lt;br /&gt;พระวรกายสีน้ำเงิน สัญลักษณ์ของธาตุอากาศ ในมณฑลของพระชินะพุทธทั้งห้า พระองค์จะประทับอยู่ทิศตะวันออก&lt;br /&gt;ทรงมุทราภูมิสปารศ(มารวิชัย) อยู่ในวงศ์แห่งวัชร ด้วยพระนามมีความหมายถึงความหนักแน่น ไม่หวั่นไหว อันเป็นคุณลักษณะของวัชระ พุทธเกษตรของพระองค์อยู่ทางทิศตะวันออกชื่อว่า อภิรติ แต่รู้จักกันน้อยกว่าสุขาวดีของพระอมิตาภะ&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.tibet-initiative.de/Kap6/images/aksho-tsagli-1.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.tibet-initiative.de/Kap6/images/aksho-tsagli-1.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระอโมฆสิทธิ&lt;br /&gt;พระวรกายสีเขียว สัญลักษณ์ของธาตุลม ในมณฑลของพระชินะพุทธทั้งห้า พระองค์จะประทับอยู่ทิศเหนือ&lt;br /&gt;ทรงมุทราอภัย อยู่ในวงศ์แห่งกรรม สัญลักษณ์แห่งวงศ์นี้คือวัชระคู่(วิศววัชระ)&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www2.bremen.de/info/nepal/Gallery-3/Misc/12-32/Kubera-6.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www2.bremen.de/info/nepal/Gallery-3/Misc/12-32/Kubera-6.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.iloveulove.com/images/d_dhyani_buddhas.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.iloveulove.com/images/d_dhyani_buddhas.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;พระธยานิพุทธ ในทิศต่างๆ ในภาพนี้พระอโมฆสิทธิ(เขียว)คือทิศเหนือ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/653713426298806666-1572816432149356494?l=paxpix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://paxpix.blogspot.com/feeds/1572816432149356494/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=653713426298806666&amp;postID=1572816432149356494' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/653713426298806666/posts/default/1572816432149356494'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/653713426298806666/posts/default/1572816432149356494'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://paxpix.blogspot.com/2007/11/blog-post_209.html' title='พระธยานิพุทธ หรือ พระชินะพุทธทั้งห้า'/><author><name>donjumsai</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='28' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_vcxn2ErghOY/Sqk9mqRn2_I/AAAAAAAAAKQ/D351j8Pk0Og/S220/mePrt.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-653713426298806666.post-7951114925771637928</id><published>2007-11-15T02:24:00.001-08:00</published><updated>2007-11-25T05:55:10.269-08:00</updated><title type='text'>อาทิพุทธ</title><content type='html'>แนวคิดของวัชรยานได้รับเรื่องอาทิพุทธ หรือ "ธรรมกาย"มาจากมหายานเดิม และปรากฏเป็นภาพเชิงบุคคลาธิษฐานชัดเจนขึ้นกว่าก่อน จนพัฒนารูปแบบเฉพาะตนไปในนิกายต่างๆ&lt;br /&gt;ดังนี้เอง จึงเกิดเป็นความสับสน ระหว่างอาทิพุทธองค์ต่างๆที่อธิบายไม่ตรงกันบ้างตามแต่ละนิกาย ซึ่งได้สร้างความงุนงงสงสัยกับผู้สนใจอยู่ไม่น้อย&lt;br /&gt;แต่อันที่จริงแล้ว อาทิพุทธ หรือ ธรรมกายนี้ เป็นการอธิบาย"ธรรม"ที่มีมาก่อนการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ธรรมคือกฏของธรรมชาติดำรงอยู่แล้วเกินคาดคะเนนับ เราจะสังเกตเห็นได้ว่า แม้จะมีพระพุทธเจ้าในระบบตรีกายอย่างมากมาย ทั้งนิรมาณกาย และสัมโภคกายที่ผู้ปฎิบัติจะสามารถนิมิตหรือสวดภาวนาถึงได้ แต่พระพุทธเจ้าที่เป็นธรรมกายนั้นกลับไม่มีการปฎิบัติถึงโดยตรง(แม้พระวัชรสัตว์จะนับเป็นพระอาทิพุทธพระองค์หนึ่ง แต่การบูชาและบทสวดของพระองค์นั้น พระวัชสัตว์อยู่ในฐานะของสัมโภคกายของพระสมันตภัทร หรือพระวัชรธรอีกทีหนึ่ง ไม่ใช่ธรรมกาย) นั่นเพราะเหตุว่า ธรรมกายนั้นเป็นสภาวะธรรมอันไม่อาจกำหนดที่ว่างและเวลาลงได้ เป็นสภาวะที่สูงสุดของพระพุทธเจ้า ดังที่ในนิกายนญิงมาอธิบายว่า พระธรรมกายนั้นสั่งสอนเฉพาะในสภาของผู้ที่ตรัสรู้แล้วทั้งหมด เกินกว่าที่ปุถุชนจะเข้าถึงได้ (ยกเว้นในกรณีของท่านติโลปา ที่ถือว่าได้รับการถ่ายทอดคำสอนมาจากพระวัชรธร อาทิพุทธ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สมันตภัทร&lt;br /&gt;เป็นพระอาทิพุทธ ในนิกายนญิงมา เดิมทีพระนามนี้เป็นชื่อของพระโพธิสัตว์ในมหายาน คือพระสมันตภัทรโพธิสัตว์ หมายถึง ความดีงามอันแผ่ไปทั่วจักรวาล(จีนเรียก ผู่เซี่ยน, โผ่วเฮี้ยง ญี่ปุ่นเรียก ฟูเกน)เราไม่อาจยืนยันได้ว่าเมื่อพุทธศาสนาวัชรยานรับเอามาและพัฒนาในรูปแบบของตนเองนั้น พระองค์จึงได้กลายเป็นพระอาทิพุทธไปในที่สุด หรือเพียงแต่เป็นการพ้องกันของชื่อย่างน่าประหลาด&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.tendai-lotus.org/images/Fugen-Bosatsu.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.tendai-lotus.org/images/Fugen-Bosatsu.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ฟูเกนโบสัตซึ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นิกายนญิงมาปะ มีพระอาทิพุทธ คือพระสมันตภัทร แสดงรูปเป็นรูปพระพุทธเจ้าไม่ทรงอาภรณ์ใดๆ เปลือยเปล่าในปางสมาธิ และมีพระวรรณะสีน้ำเงินเข้ม อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความว่างอันไม่มีขอบเขต ทั้งยังทรงเป็นสัญลักษณ์แห่งความกรุณา หรืออุบาย ในปางที่มีศักติด้วยนั้น ศักติของพระองค์คือ สมันตภัทริ มีวรรณะสีขาว เป็นสัญลักษณ์แห่งปัญญา&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.gnosticteachings.org/images/stories/buddhism/samantabhadra.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.gnosticteachings.org/images/stories/buddhism/samantabhadra.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วัชรธร&lt;br /&gt;เป็นพระอาทิพุทธในนิกายกาจูและสากยะ พระวรกายสีน้ำเงิน ทรงอาภรณ์อย่างกษัตริย์ มุทราวัชรหูมการ คือพระหัตถ์ยกขึ้นไขว้กันระดับอก พระหัตถ์ขวาทรงวัชร พระหัตถ์ซ้ายทรงระฆัง(ฆัณฏะ)&lt;br /&gt;&lt;a href="http://home.swipnet.se/gostaratna/dchang.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://home.swipnet.se/gostaratna/dchang.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://dharma-tropfen.net/pics/mudras/vajrahumkara.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://dharma-tropfen.net/pics/mudras/vajrahumkara.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;มุทรา วัชรหูมการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วัชรสัตว์&lt;br /&gt;เป็นทั้งพระอาทิพุทธ พระธยานิพุทธ(สัมโภคกาย)และพระโพธิสัตว์(ปรากฏในพระสูตรตันตระคือ มหาไวโรจน ตันตระ และ สรฺวตถาคตตตฺตฺวสํคฺรห ตันตระ)พระวรกายสีขาว ทรงเครื่องอย่างกษัตริย์ พระหัตถ์ขวาทรงวัชระในระดับพระอุระ พระหัตถ์ซ้ายทรงฆัณฎะอยู่ในระดับพระโสณิ(สะโพก)หรือเหนือพระอูรุ(ต้นขา)เล็กน้อย&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.clear-vision.org/images/students/pics/Vsatt1.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.clear-vision.org/images/students/pics/Vsatt1.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.learntibetan.net/discus/messages/11/84.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.learntibetan.net/discus/messages/11/84.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;มนตราประจำพระองค์ อ่านสำเนียงสันสกฤตว่า โอมฺ วัชฺร สัตฺว หูมฺ&lt;br /&gt;สำเนียงทิเบตว่า โอม เบนซา สะโต ฮูง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.askasia.org/images/teachers/display/543.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.askasia.org/images/teachers/display/543.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;พระวัชรสัตว์ ศิลปะชวาตะวันออก ราวพุทธศตวรรษที่17&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.askasia.org/images/teachers/display/525.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.askasia.org/images/teachers/display/525.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;พระวัชรสัตว์ ศิลปะเขมร สมัยพระนคร ราวพุทธศตวรรษที่17&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/653713426298806666-7951114925771637928?l=paxpix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://paxpix.blogspot.com/feeds/7951114925771637928/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=653713426298806666&amp;postID=7951114925771637928' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/653713426298806666/posts/default/7951114925771637928'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/653713426298806666/posts/default/7951114925771637928'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://paxpix.blogspot.com/2007/11/blog-post_3290.html' title='อาทิพุทธ'/><author><name>donjumsai</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='28' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_vcxn2ErghOY/Sqk9mqRn2_I/AAAAAAAAAKQ/D351j8Pk0Og/S220/mePrt.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-653713426298806666.post-7102946589359074768</id><published>2007-11-15T02:23:00.001-08:00</published><updated>2007-11-28T20:23:46.396-08:00</updated><title type='text'>วัชระ</title><content type='html'>วัชระ แปลว่าสายฟ้า และมีความหมายอีกประการคือ เพชร เป็นนัยแห่งความหมายร่วมกันคือความแข็งแกร่ง และทรงพลัง ในการตัดทำลายสิ่งต่างๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำไมต้อง สายฟ้า&lt;br /&gt;ผู้คนแต่โบราณในทุกวัฒนธรรม ล้วนเป็นกลุ่มชนที่ยำเกรงอำนาจของธรรมชาติทั้งสิ้น ฟ้า ฝน ลม เป็นสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมของผู้คนสมัยนั้น การนับถือเจ้าแม่ และเจ้าพ่อแห่งธรรมชาติ ปรากฏในวัฒนธรรมทั้งอียิปต์ กรีก จีนและอินเดีย&lt;br /&gt;ผู้คนสังคมเกษตรกรรมต้องพึ่งฟ้าฝน บางทีฟ้าก็ให้น้ำท่าสมบูรณ์ด้วยความเมตตา บางทีฟ้าก็พิโรธให้เกิดความแล้ง หรืออุทกภัย&lt;br /&gt;แสงแห่งสายฟ้านั้นมาเมื่อมีฝน ความสว่างและเสียงอันกึกก้องนั้น น่าเกรงขาม แต่ใครคือผู้บันดาลสิ่งนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซุส,อินทร,วัชรปาณิ เทพเจ้าแห่งสายฟ้า&lt;br /&gt;ชาติอารยันนั้นเป็นบรรพบุรุษแห่งชาวกรีก เปอร์เซีย และอินเดีย ในกรีกนั้น ซุสเป็นมหาเทพผู้ทรงสยฟ้า ส่วนในอินเดียนั้น พระอินทร์คือเทพสูงสุดแห่งยุคพระเวท(ก่อนที่พระศิวะ พระนารายณ์จะ มาแทนที่) และก็ทรงสายฟ้าเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.ancientgreece.co.uk/gods/explore/images/objects/zeus.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.ancientgreece.co.uk/gods/explore/images/objects/zeus.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://greciantiga.org/img/vfv/ea-zeushera.jpg"/&gt;&lt;br /&gt;โปรดสังเกตสายฟ้าในพระหัตถ์ของซุส คือการจับเอาสายฟ้ามากำรวมกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อช่างกรีกได้ตามทัพพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มาอินเดีย ช่างฝีมือชาวกรีกในอินเดียเหล่านี้เป็นผู้สลักพระพุทธรูปขึ้นเป็นชาติแรก แน่นอนว่าช่างเหล่านี้เคยเห็นรูปของซุสที่กรีกมาก่อนแล้ว "สายฟ้า"ในดินแดนอินเดียจึงรับเอารูปจินตนาการมาจากกรีกนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;a href="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/3/3e/Buddha-Vajrapani-Herakles.JPG/230px-Buddha-Vajrapani-Herakles.JPG" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/3/3e/Buddha-Vajrapani-Herakles.JPG/230px-Buddha-Vajrapani-Herakles.JPG" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;พระพุทธรูปสลักหินศิลปะสมัยคันธาระ(พุทธศตวรรษที่7) คือศิลปะกรีกในอินเดีย ขวาของภาพคือพระโพธิสัตว์วัชระปาณิ ซึ่งแผลงมาจากพระอินทร์เดิมโดยแท้ สังเกตวัชระในพระหตถ์ซ้ายเป็นวัชระแบบกิ่งเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.art-and-archaeology.com/india/mysore/d30823.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.art-and-archaeology.com/india/mysore/d30823.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;รูปพระอินทร์ที่โสมนาถปุระ ราว พุทธศตวรรษที่17 ทรงวัชระในพระหัตถ์ขวา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รูปวัชระนี้มีขนาดเล็กลงในศิลปะทิเบต กลายเป็นของในพิธีที่สามารถถือในมือได้สะดวก ไม่เหมือนกับดั้งเดิมในกรีก หรืออินเดียที่ดูเป็นอาวุธขนาดใหญ่&lt;br /&gt;&lt;a href="http://kheper.net/topics/Buddhism/zf16.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://kheper.net/topics/Buddhism/zf16.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;วัชระและระฆัง(ฆัณฏะ)ของทิเบต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.univie.ac.at/rel_jap/bilder/vajra.jpg" target="'_blank'"&gt;&lt;img src="http://www.univie.ac.at/rel_jap/bilder/vajra.jpg" border="'0'/" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;วัชระในนิกายชิงงอน(มนตรยาน)ของญี่ปุ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในพุทธศาสนาวัชรยาน วัชรยังคงแสดงความหมายของการตัดทำลายกิเลสอย่างทรงพลัง หมายถึงการตรัสรู้อย่างฉับพลัน สัญลักษณ์ของอุบายหรือการปฏิบัติอันเป็นสัญลักษณ์ของชาย คู่กับระฆังหรือฆัณฏะ สัญลักษณ์แห่งปัญญาและฝ่ายหญิง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/653713426298806666-7102946589359074768?l=paxpix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://paxpix.blogspot.com/feeds/7102946589359074768/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=653713426298806666&amp;postID=7102946589359074768' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/653713426298806666/posts/default/7102946589359074768'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/653713426298806666/posts/default/7102946589359074768'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://paxpix.blogspot.com/2007/11/blog-post_15.html' title='วัชระ'/><author><name>donjumsai</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='28' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_vcxn2ErghOY/Sqk9mqRn2_I/AAAAAAAAAKQ/D351j8Pk0Og/S220/mePrt.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-653713426298806666.post-1559685440266543740</id><published>2007-11-15T02:19:00.001-08:00</published><updated>2007-11-15T02:19:56.025-08:00</updated><title type='text'>สัญลักษณ์ในพุทธศิลป์ทิเบต</title><content type='html'>พระอาจารย์โดเงน ผู้ก่อตั้งโซโตเซ็น ในญี่ปุ่นกล่าวว่า "การศึกษาพุทธศาสนา คือศึกษาตนเอง, การศึกษาตนเอง คือละทิ้งตนเอง" นี่น่าจะเป็นคำกล่าวสั้นๆ เกี่ยวกับการปฏิบัติในพุทธศาสนาได้ชัดเจนทีเดียว พร้อมทั้งเรายังไม่ควรจะลืมพุทธวจนะที่ว่า "การปฏิบัติทั้งหลายเป็นสิ่งที่ท่านจะต้องกระทำเองเพื่อให้ความทุกข์สิ้นไป ตถาคตทั้งหลายเป็นแต่เพียงผู้ชี้ทางเท่านั้น"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้กระนั้นเองชาวพุทธบางส่วน ยังคงให้ความสนใจต่อพิธีกรรม มากกว่าเนื้อหาของศาสนา แม้ว่าตัวพิธีกรรม หรือประเพณีนั้น เป็นกุศโลบายอันดีที่จะทำให้ผู้คนสนใจในพระศาสนาได้ง่ายขึ้น แต่กระนั้นการที่จะได้รับ"ปัญญา"ที่สูงขึ้น ย่อมดีกว่าการรู้เพียงพิธีกรรมเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พุทธศาสนาวัชรยานในทิเบต ก็มากไปด้วยเรื่องราวของพิธีกรรมที่รุ่มรวยเช่นกัน ปฏิเสธไม่ได้ว่า หลายๆคนสนใจพุทธศาสนาสายทิเบตจากการได้เห็นพิธีกรรมอันน่าตื่นตา เรื่องลี้ลับที่มีมนตร์ขลังต่างๆ แต่จะดีกว่าไหม ถ้าเราได้เข้าใจ "สัญ" หรือความหมายที่อยู่ในตัวพิธีกรรม เพราะเมื่อเราได้เข้าใจในความหมายเหล่านี้ยิ่งขึ้น เราจะระลึกได้ถึงพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าที่ถ่ายทอดออกมาเป็นสัญลักษณ์ต่างๆ ก็พระธรรมคือคำสั่งสอนของพระองค์นี้เองที่ทรงตรัสว่าจะเป็นศาสดาของสาวก เมื่อพระองค์ปรินิพพานไปแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้คนจำนวนมากยังมองว่าพุทธศาสนาแบบทิเบตนั้นเป็นเรื่องของมายาศาสตร์ เป็นเรื่องอภินิหารย์ ปะปนด้วยเวทมนตร์นานา ความจริงแล้วเรื่องเหล่านี้ล้วนมีอยู่ในพุทธศาสนาแบบทิเบต(และแบบไทยเอง) แต่เมื่อได้ศึกษาอย่างลึกซึ้งจะเห็นว่า สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงอุปกรณ์ หรือเครื่องช่วยเสริมในบางภาวะเท่านั้น เพระพระพุทธศาสนาแบบทิเบตเองมีแก่นอยู่ที่การปฏิบัติ ด้วยความเข้าใจใน ศูนยตา หรือความว่าง และมุ่งไถ่ถอนกิเลสตนให้เบาบางตามหลักแห่งพระพุทธศาสนาทุกประการ พระลามะผู้มีชื่อเสียงต่างๆ ล้วนเผยแผ่คำสอนที่เน้นลงที่การปฏิบัติ การฝึกตน การชำระจิตใจทั้งสิ้น ส่วนเรื่องปาฏิหารย์ที่มีเข้ามาเพียงเล็กน้อยนั้นก็ล้วนเป็นเรื่องที่อธิบายได้ด้วยการฝึกจิตอย่างดีแล้วนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้าพเจ้าจึงหวังว่า การรวบรวมเรียบเรื่ยง เกร็ดความรู้ทางพุทธศิลป์ของข้าพเจ้านั้น น่าจะเป็นประโยชน์แก่ผูสนใจในพุทธศาสนาแบบทิเบต และผู้ที่เป็นนักปฏิบัติด้วย ทั้งนี้เอง ข้าพเจ้าก็เป็นเพียงผู้ศึกษาตัวเล็กๆ มิใช่ผู้ชำนาญอย่างโปรเฟสเซอร์ ข้าพเจ้ายังเป็น"เสขะ" อยู่ จึงถือว่าการรวบรวมนี้เป็นการนำข้อมูลมาบันทึกไว้ เพื่อที่ความหลงลืมจะได้ไม่ครอบงำข้าเจ้าไปในวันหนึ่งเสียก่อนด้วย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/653713426298806666-1559685440266543740?l=paxpix.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://paxpix.blogspot.com/feeds/1559685440266543740/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=653713426298806666&amp;postID=1559685440266543740' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/653713426298806666/posts/default/1559685440266543740'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/653713426298806666/posts/default/1559685440266543740'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://paxpix.blogspot.com/2007/11/blog-post.html' title='สัญลักษณ์ในพุทธศิลป์ทิเบต'/><author><name>donjumsai</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='28' height='32' src='http://1.bp.blogspot.com/_vcxn2ErghOY/Sqk9mqRn2_I/AAAAAAAAAKQ/D351j8Pk0Og/S220/mePrt.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
