Thursday, November 15, 2007

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร

ในบรรดาพระโพธิสัตว์ตามความเชื่อฝ่ายมหายาน พระอวโลกิเตศวร เป็นพระโพธิสัตว์ที่ได้รับการบูชาแพร่หลายมากที่สุด และเป็นที่คุ้นเคยแม้กระทั่งต่อชาวพุทธฝ่ายเถรวาทแบบบ้านเราเองมาช้านาน
สำเนียงจีนเรียกพระองค์ว่า กวนอิม,ญี่ปุ่นเรียก กันนอน,ทิเบต เรียก เชนเรซิก

พระองค์เป็นพระโพธิสัตว์แห่งความเมตตา(ในเชิงธรรมาธิษฐานคือพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า) ทรงตั้งปณิธานที่จะไม่เสด็จเข้านิพพานจนกว่าจะช่วยสรรพสัตว์ทั้งหลายให้พ้นจากความทุกข์ พระนามของพระองค์ปรากฏในพระสูตรมหายานสำคัญๆ เช่นปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร,สัทธรรมปุณฑริกสูตร เป็นต้น

แม้ว่าในภาวะของโพธิสัตว์ มักถือกันว่า ไม่เป็นทั้งเพศบุรุษหรือสตรี แต่รูปศิลปะแรกๆของพระองค์ในอินเดีย มักแสดงความเป็นเพศชาย ในขณะที่เมื่อการบูชาพระองค์แพร่หลายเข้าไปในประเทศจีน แรกนั้นนายช่างก็แสดงรูปของพระองค์เป็นบุรุษอยู่ ต่อมาในสมัยหลังเมื่อตำนานพื้นเมืองของจีนเอง เรื่องพระธิดาเมี่ยวซันแห่งอาณาจักรซินหลิง ซึ่งถือว่าเป็นชาติก่อนที่พระองค์จะได้เป็นพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ รูปของพระองค์ได้แสดงลักษณะของสตรีเพศอย่างชัดเจน กลายเป็น เจ้าแม่กวนอิม ที่รู้จักกันดี


พระอวโลกิเตศวร ปางปัทมปาณิ(ผู้ถือดอกบัว) จิตรกรรมที่ผนังถ้ำอชันตา หมายเลข1 ศิลปะคุปตะตอนปลาย หรือหลังคุปตะ(พุทธศตวรรษที่12)
ถือกันว่าเป็นงานจิตรกรรมที่งดงามที่สุดภาพหนึ่งของประวัติศาสตร์ศิลปะอินเดีย


พระอวโลกิเตศวร ศิลปะอินเดีย สมัยปาละ(พุทธศตวรรษที่16)สังเกตบนมงกุฏทรงรูปพระอมิตาภะไว้เสมอ เป็นสัญลักษณ์ส่วนตัวของพระอวโลกิเตศวรแต่เพียงผู้เดียว(Mr. and Mrs. John D. Rockefeller 3rd Collection of Asian Art)


ปัทมปาณิ ศิลปะเนปาล ราวพุทธศตวรรษที16 แสดงการยืนแบบตริภังค์(เอียงสามส่วน)ที่เป็นท่ายืนคลาสสิคของศิลปะอินเดีย
(Metropolitan Museum of Art)


พระอวโลกิเตศวร ศิลปะเขมร สมัยพระนคร ราวพุทธศตวรรษที่15-16 เล็กๆบนพระเศียรคือรูปพระอมิตาภะ
(Metropolitan Museum of Art)


พระอวโลกิเตศวร ศิลปะชวาภาคกลาง ราวพุทธศตวรรษที่13-14(Musée national des Arts asiatiques-Guimet)


พระปัทมปาณิ ศิลปะศรีวิชัย ราวพุทธศตวรรษที่13 พบที่ไชยา องค์คลาสสิคและงดงามที่สุดของไทย


พระอวโลกิเตศวร ในปางที่พบบ่อยในศิลปะทิเบต ทรงแก้วมณีสัญลักษณ์ของโพธิจิตในสองพระหัตถ์หน้า อีกสองพระหัตถ์ทรงมาลา(ประคำ)สัญลักษณ์แห่งการปฏิบัติ และดอกบัวสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์ พระอังสะซ้ายมีหนังกวางพาดลงมา สัญลักษณ์ของความอ่อนโยนและเมตตาต่อสรรพสัตว์
"ษฑักษรีโลเกศวร" หมายถึงพระอวโลกิเตศวรแห่งหกอักษร(ในที่นี้คือพยางค์)อันเป็น มนตร์ประจำพระองค์ที่ชาวทิเบตท่องได้ทุกผู้คน "โอม มณี เปมา ฮูง" หรือสันสกฤตว่า "โอม มณี ปัทเม หูม"


พระอวโลกิเตศวรหนึ่งพันแขน สิบเอ็ดเศียร (สหัสรภุช เอกทศมุข)ศิลปะทิเบต พระหัตถ์และเศียรมากมาย หมายถึงพระปณิธานที่จะช่วยสรรพสัตว์ทุกชีวิตให้พ้นจากความทุกข์


พระกวนอิมพันกร ในศิลปะจีน


พระกวนอิมพันกร ในไต้หวัน พระกรมากมายเหลือคณานับ


พระกวนอิม สมัยซ่ง ราวพุทธศตวรรษที่16-17 ทำด้วยไม้ลงสีสวยงามเป็นที่สุด ปัจจุบันอยู่ใน Nelson-Atkins Museum,Kansas City


เจ้าแม่กวนอิมทรงมังกร ศิลปะจีนร่วมสมัย


เซนจู กันนอน(พระอวโลกิเตศวรพันหัตถ์) ศิลปะญี่ปุ่นสมัยเฮอัน พุทธศตวรรษที่17 (Tokyo National Museum)


"โอม มณี เปมา ฮูง" มนตราที่พบได้ทั่วไปในทิเบต ทั้งสลักไว้ตามหิน เขียนไว้ตามทาง จารึกบนกระบอกมนตร์ และอีกมากมาย


กระบอกมนตร์แบบดิจิตอล จากเว็บ http://www.dharma-haven.org

No comments: